lnwshop logo
เจ้าของร้านค้านี้ ไม่ได้เข้าสู่ระบบเป็นระยะเวลา 68 วัน แล้ว
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ศัลยกรรมแปลงเพศ ชายเป็นหญิง

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
4 ปีที่ผ่านมา

ศัลยกรรมเการแปลงเพศจาก ชายเป็นหญิง แบบใช้หนังอวัยวะเพศ หรือร่วมกับหนังอัณฑะ

(Penile Skin Inversion/ Scrotal Skin Graft)

 

ข้อกำหนดในการทำผ่าตัดแปลงเพศ ชายเป็นหญิง

โดยทั่วไปแล้วก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศ จิตแพทย์จะต้องทำการทดสอบคนไข้ก่อนว่าพร้อมที่จะใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงหรือไม่  โดยการใช้ฮอร์โมนหรือการแต่งตัวเป็นผู้หญิงร่วมอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการผ่าตัด เป็นต้น

ฮอร์โมนเพศหญิงที่จะให้กับคนไข้ได้แก่ เอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรนโดยจะให้เป็น 2 เท่าของผู้หญิงทั่วไป ในขณะเดียวกันก็จะให้ยากดฮอร์โมนเพศชาย เพื่อช่วยให้รูปลักษณ์ความเป็นชายลดลงและเพื่อช่วยลดอารมณ์ทางเพศ การกดฮอร์โมนเพศชายนี้จะต้องทำอย่างต่ำ 2 ปี อย่างไรก็ตามการใช้ฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่งครัด

- ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

- ได้ผ่านการรับรองจากจิตแพทย์เพื่อยืนยันและอนุญาตให้รับการผ่าตัดแปลงเพศ 2 ฉบับ

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแปลงเพศ

เนื่องจาก คลินิก พีเอไอ เป็นสถาบันที่เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมพลาสติก และการแปลงเพศที่มีความเป็นสากลตระหนักถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์เป็นอย่างสูง ผู้ที่สนใจจะทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ HBIGDA (the Harry Benjamin International Gender Dysphoria Association, Inc.) ตามมาตรฐานสากลก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ

ได้แก่

1. ผู้ที่จะทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงต้องมีจดหมายรับรองจากนักบำบัดจิต หรือจิตแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์ทั่วไป

2. งดรับประทานหรือฉีดฮอร์โมนก่อนผ่าตัด 2 หรือ 4 อาทิตย์ตามลำดับ เพื่อลดโอกาสเส้นเลือดดำอุดตัน อย่างไรก็ตามการงดฮอร์โมนนี้จะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่งครัด

3. ตรวจร่างกายโดยละเอียด 3 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ โดยคนไข้จะต้องผ่านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ตรวจเม็ดเลือด HIV เกลือแร่ น้ำตาล การทำงานของตับและไต ตรวจปัสสาวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

 

นอกจากนี้แล้วผู้ที่สนใจจะทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงจะต้อง

1. แจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัดหากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า

2. งดแอสไพริน (aspirin) ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

3. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

สำหรับคนไข้ที่ติดเชื้อ HIV สามารถเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศได้ แต่จะต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย 30 % จากปกติเนื่องจากจะต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์เป็นส่วนตัว

 

หลักการในการตัดสินใจเลือกเทคนิคในการทำศัลยกรรมแปลงเพศจากชาย เป็นหญิง มี 3 แบบ : -ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ

โดยก่อนผ่าตัดผู้ที่จะทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงจะต้องเข้ารับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการโดยละเอียด เพื่อพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคนไข้มากที่สุด

1. แบบปกติ (Penile Skin Inversion) สร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย

2. แบบ (Penile Skin Inversion + Scrotal Skin Graft) สร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ

3. แบบใช้ลำไส้เพื่อทำช่องคลอด (Sigmoid Colon + Penile Skin Inversion) การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่

การเลือกว่าเทคนิคไหนเหมาะสม  คนไข้สามารถตัดสินใจโดย  ก่อนการแปลงเพศ ถ้าองคชาติ (ระหว่างแข็งตัว)

- ผู้ที่มีองคชาติยาว (>6 นิ้ว) = สามารถแปลงเพศแบบปกติ ซึ้งหลังทำการผ่าตัด สามารถทำช่องคลอดเทียมได้ลึกกว่า 6 นิ้ว

- ผู้ที่มีองคชาติยาวปานกลาง (2 – 6 นิ้ว) =สามารถแปลงเพศแบบปกติ ได้ โดยใช้เทคนิค Scrotal Skin graft ร่วมด้วย ซึ้งหลังทำการผ่าตัด สามารถทำช่องคลอดเทียมได้ลึกกว่า 4-6 นิ้ว

- ผู้ที่มีองคชาติสั้น (<2 นิ้ว)  = แนะนำให้แปลงเพศด้วยการใช้ลำไส้ร่วมด้วย จะทำให้สามารถ สร้างช่องคลอดเทียมได้ลึกมากกว่า 6 นิ้ว

 

โดยสรุป

1. การแปลงเพศแบบธรรมดา หรือเรียกว่า Penile Skin Inversion and/or Scrotal Skin Graft (self- lubricate with organism) แบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีความยาวตามขนาดก่อนแปลงเพศ เช่น  ถ้าเรามีความยาวก่อนแปลงเพศ  เวลาแข็งตัวประมาณ 5-6 นิ้ว  หลังทำการแปลงเพศ ความลึกของช่องคลอดของเราจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 นิ้วเช่นกัน

2. การแปลงเพศแบบใช่ลำไส้ หรือเรียกว่า Sigmoid Colon (lubricate with organism)  แบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีความสั้นของอวัยวะเพศ แต่ต้องการเพิ่มความลึกให้กับช่องคลอดเช่น  ถ้าเรามีความแข็งตัวก่อนแปลง เวลาแข็งตัวประมาณ 1-4 นิ้ว หรือน้อยกว่านี้  หลังทำการแปลงเพศโดยการทำแบบลำไส้ ความลึกของช่องคลอดของเราจะอยู่ที่ประมาณ 6.5 นิ้ว ขึ้นไป

 

สำหรับจุดกระสันต์รับรู้ความรู้สึกระหว่างมีเพศสัมพันธ์

เทคนิคเดิมจะมีจุดกระสันต์ทั้งหมด 3 จุด

จุดที่ หนึ่ง  ที่ ปลายอวัยวะเพศชาย ที่นำมาทำ Clitoris จุดนี้จะอยู่ด้านบนของอวัยวะเพศหญิง

จุดที่ สอง ที่เส้นปัสสาวะ

จุดที่ สามคือ ต่อมลูกหมาก

 

เทคนิคใหม่ของศูนย์ พีเอไอ

มีทั้งหมดอย่างน้อย 5 จุดหลัก ทุกจุดจะมีความรู้สึกถ่ายทอดกัน

จุดที่ หนึ่ง  ที่ ปลายอวัยวะเพศชาย ที่นำมาทำ Clitoris จุดนี้จะอยู่ด้านบนของอวัยวะเพศหญิง

จุดที่ สอง ที่เส้นปัสสาวะ จะนำมาไว้กับช่องคลอด

จุดที่ สามคือ ต่อมลูกหมาก จะอยู่ข้างใน

จุดที่ สี่ คือ รอบนอก จะวางจุดกระสันต์เพื่อเกิดความรู้สึก เเบบ Sensitive

จุดที่ห้า คือ รอบนอก เเละระหว่างทางเข้าของช่องคลอด

ทั้งห้าจุดนี้จึงทำให้เกิดจุดกระสันต์มากกว่าเเบบก่อน

 

เกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง

ขั้นตอนสำคัญของการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง คือการสร้างช่องคลอดซึ่งมีทำอยู่ 3 วิธีด้วยกัน

1. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศมากกว่า 6 นิ้ว

2. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศระหว่าง 2 ถึง 6 นิ้ว

3. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศต่ำกว่า 2 นิ้ว หรือในกรณีที่คนไข้ต้องการให้ช่องคลอดมีความลึกมากกว่า 8 นิ้ว

 

ข้อดีของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายคือ

- ภาวะแทรกซ้อนต่ำ

- ไม่มีแผลเป็นให้เห็นภายนอก

 

ข้อเสียของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายคือ

- อาจเกิดการตันของช่องคลอด

- ขนาดความลึกของช่องคลอดขึ้นอยู่กับขนาดของอวัยวะก่อนผ่าตัด เเต่ศัลยเเพทย์จะสามารถสร้างช่องคลอดให้ได้มากกว่า 1-1.5 นิ้วจากเดิม

 

ข้อดีของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย และสำไส้ใหญ่คือ

- ได้ช่องคลอดเทียมที่ยืดหยุ่นกว่า

- มีน้ำหล่อลื่นแท้จริง

- มีช่องคลอดที่ยาวกว่า

- ผิวสำผัสเรียบ ไม่หยาบ และไม่มีขน

ข้อเสียของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย และสำไส้ใหญ่คือ

- รอยแผลยาวประมาณ 1 นิ้วบางๆ

- สำไส้อาจรั่ว ซึ้งต้องกลับมาแก้ไข

- ราคาสูง

 

วิธีการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่

การผ่าตัดแบ่งเป็น 9 ขั้นตอนด้วยกันคือ

1. ทำช่องระหว่างอัณฑะและทวาร เพื่อสร้างเป็นรูเปิดช่องคลอด ความลึกของช่องคลอดที่ได้จะประมาณ 4 ถึง 8 นิ้ว (ผู้หญิงทั่วไปมีช่องคลอดลึกประมาณ 4 นิ้วครึ่ง)

2. ตัดเปิดถุงอัณฑะ และตัดอัณฑะทิ้ง

3. ตัดเปิดผิวหนังอวัยวะเพศชายตามแนวยาวโดยยังคงเก็บส่วนผิวหนังของหัวองคชาติที่ห่อหุ้มเส้นประสาทไว้

4. แยกและเก็บเฉพาะท่อปัสสาวะจากแกนกลางอวัยวะเพศชายเพื่อนำมาทำเป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสและรูปัสสาวะ (floor of vulva)

5. ตัดเปิดผิวหนังส่วนหัวและท้ายของหัวองคชาติที่เก็บไว้ในขั้นตอนที่ 3 โดยเก็บแค่ส่วนผิวหนังตรงกลาง ผิวหนังส่วนนี้ต่อมาจะถูกนำมาทำเป็นคลิโตริสของอวัยวะเพศหญิง

6. นำลำไส้ใหญ่ประมาณ 15 ถึง 20 เซนติเมตรมาต่อกับผิวหนังของอวัยวะเพศชายจากขั้นตอนที่ 3 เพื่อบุเป็นผิวช่องคลอด

7. สร้างคลิโตริส (clitoroplasty) จากผิวหนังอวัยวะเพศชายที่เก็บไว้ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 5 คลิโตริสใหม่ที่ได้นี้ยังคงมีเส้นประสาทครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้นคนไข้จะยังคงรับความรู้สึกได้เหมือนเดิมเมื่อมีเพศสัมพันธ์

8. จัดวางท่อปัสสาวะจากขั้นตอนที่ 4 ให้เป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสและรูปัสสาวะ ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ได้อวัยวะเพศหญิงที่เหมือนจริง เป็นสีชมพูทั้งหมด สวยงาม วิธีการนี้แตกต่างจากที่ทำกันในต่างประเทศที่จะใช้ผิวหนังมาทำแทน ทำให้อวัยวะเพศหญิงที่ได้มีสีหมองคล้ำ ไม่สวยงาม

9. ปรับแต่งรูปร่างอวัยวะเพศหญิงให้สวยงามทั้งแคมในและแคมนอกจากผิวอวัยวะเพศชายและถุงหุ้มอัณฑะ

 

ผลลัพธ์สำหรับการแปลงเพศทและำช่องคลอด :

ด้วยวิธีการวางท่อปัสสาวะให้เป็นผิวเชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสกับรูปัสสาวะ จะทำให้คนไข้มีอวัยวะเพศหญิงเป็นสีชมพูโดยตลอด ซึ่งแตกต่างจากวิธีการที่ต่างประเทศทำกันที่สุดท้ายแล้วอวัยวะเพศหญิงที่ได้จะมีสีหมองคล้ำ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้จะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดอย่างสูง เนื่องจากท่อปัสสาวะที่ใช้มีโอกาสหดตัว ทำให้ตำแหน่งของรูปัสสาวะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งเมื่อเวลาผ่านไป

 

ค่ารักษา และบริการจาก PAI (รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว)

ค่าผ่าตัด

-         ห้องพักของโรงพยาบาล 5 วันหลังการผ่าตัด

-         ค่าแพทย์

-         ค่าปรึกษาแพทย์

-          ตรวจร่างกาย

-         ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และค่ายา

-         ค่าดูแลก่อนและหลังผ่าตัด

-         ยาและเวชภัณฑ์

-         เเท่งอคิลิคสำหรับการดูเเลหลังผ่าตัดโดยศูนย์ศัลยกรรม พีเอไอ

-         การตรวจติดตามผลหลังผ่าตัด

 

ระยะเวลาการผ่าตัดแปลงเพศ 

2 ชั่วโมงครึ่ง- 3 ชั่วโมง

 

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนที่คนไข้มีโอกาสพบคือ มีอาการติดเชื้อ ฝีเย็บในช่องคลอดที่สร้างไว้แตก ช่องคลอดหดตัวและตื้นขึ้นเนื่องจากเกิดการดึงรั้งของบาดแผล อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนเหล่าสามารถลดลงได้จากการที่คนไข้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัดร่วมกับความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

 

ผลข้างเคียง

เนื่องจากคนไข้จะต้องใส่ท่อสวนปัสสาวะ จึงอาจจะทำให้รูเปิดท่อปัสสาวะบวมและปัสสาวะไม่ออกในช่วงแรกภายหลังจากถอดท่อสวนออกแล้ว อาการเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปและจะหายไปเองเมื่ออาการบวมลดลง นอกจากนี้แล้วคนไข้อาจจะประสบปัญหาเลือดออกในช่วงแรกแต่อาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วประมาณ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

 

การรักษาพยาบาล

ศัลยแพทย์จะสอดท่อสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการตีบของท่อที่ทำขึ้นมาใหม่และเพื่อให้คนไข้ปัสสาวะได้สะดวกไม่กระทบกระเทือนต่อบาดแผล นอกจากนี้แล้วแพทย์จะสอดผ้าก๊อซเข้าช่องคลอดในระยะแรกเพื่อซับเลือดและป้องกันการหดตัวของช่องคลอดจากการดึงรั้งของบาดแผลที่เริ่มประสานกัน คนไข้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการดูแลบาดแผลและช่องคลอดใหม่  โดยไหมจะถูกถอดภายใน 7 ถึง 10 วันหลังผ่าตัด

 

ระยะเวลาพักฟื้นแปลงเพศ 

คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นโดยประมาณ 3 ถึง 5 อาทิตย์จึงกลับไปทำงานได้ตามปกติ

 

ระยะเวลาพักรักษาในโรงพยาบาลหลังผ่าตัดแปลงเพศ 

คนไข้จะต้องนอนที่โรงพยาบาล 5 คืนเพื่อดูผลการผ่าตัด และตรวจร่างกาย (รวมอยู่ในค่าใช้จ่าย)

 

การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนผ่าตัด

สามารถเลือกใช้ได้ทั้งการวางยาสลบหรือการบล็อกหลังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์

 

การดูแลบาดแผลแปลงเพศ 

ภายหลังจากที่ศัลยแพทย์นำผ้าก๊อซออกจากช่องคลอดแล้ว คนไข้จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการสอดเครื่องช่วยขยายช่องคลอดอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสที่ช่องคลอดจะหดตัวจากบาดแผลที่เริ่มประสานกัน ทำให้ช่องคลอดมีความลึกตามต้องการ ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายนอก คนไข้จะได้รับสบู่ผสมยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดบาดแผลขณะอาบน้ำ ให้กดบาดแผลไว้ประมาณ 15 นาทีหากมีเลือดออกแล้วจึงใส่เบตาดีน ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายในช่องคลอด คนไข้จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1 ลิตร ผสมกับเบตาดีน 5 ถึง 10 ซีซี แล้วปล่อยน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าช่องคลอดตามวิธีการที่แพทย์แนะนำ

คนไข้จะต้องใส่ผ้าอนามัยโดยเปลี่ยนวันละ 2 ถึง 3 ครั้งเนื่องจากอาจจะยังมีอาการเลือดออกอยู่ในช่วง 1 อาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด โดยหลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 1 เดือนคนไข้จะต้องทาครีมผสมน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วภายในช่องคลอดเพื่อให้เกิดความนุ่ม ไม่หยาบกระด้าง บาดแผลภายในจะเริ่มหายดีหลังการผ่าตัดไปแล้วประมาณ 6 เดือน ในส่วนของการรับประทานฮอร์โมนเพศหญิง คนไข้สามารถกลับไปรับประทานได้หลังผ่าตัดไปแล้วประมาณ 2 เดือน อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะต้องมีการปรับขนาดของฮอร์โมนหลังผ่าตัด คนไข้จึงต้องเข้ารับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ

 

สรุปแผนการผ่าตัดแปลงเพศ (สำหรับผู้ที่พักอยู่ในกรุงเทพ)

1. ทำการนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาเป็นการส่วนตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้เข้าใจถึงวิธีการ ผลลัพธ์ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

2. การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง

3. พักรักษาตัวเพื่อดูอาการในโรงพยาบาลเป็นเวลา 5 วัน

4. คุณสามารถออกไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ แพทย์จะทำการตัดไหมและตรวจเช็คโดยการแจ้งให้ทราบหลังก่อนออกจากโรงพยาบาล

 

หมายกำหนดในการผ่าตัดแปลงเพศ (สำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ)

วันที่ 1 : เดินทางถึงกรุงเทพฯ

วันที่ 2 : ปรึกษาศัลยแพทย์โดยตรง และศัลยแพทย์จะแนะนำให้พบจิตแพทย์ในกรณีที่จำเป็น  พร้อมตรวจสอบเอกสาร และเจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการรักษาพยาบาลหลังผ่าตัด (แพทย์จะให้คุณทานยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดลำไส้ 1 วัน ในกรณีที่ทำการแปลงเพศโดยลำไส้)

วันที่ 3 : เข้าพักในโรงพยาบาลตอนเช้า พร้อมตรวจร่างกาย และทำการผ่าตัดในตอนเย็น

: พยาบาลจะพาคุณไปอาบน้ำและทำความสะอาดรูทวาร

: แพทย์จะจัดช่วงเวลาในการผ่าตัดและแจ้งให้คุณทราบ รวมทั้งเตรียมให้ยาสลบเพื่อรอการผ่าตัด

วันที่ 3 – 7 : หลังการผ่าตัดคุณจะพักฟื้นที่โรงพยาบาลห้องส่วนตัว เป็นเวลา 5 วัน

วันที่ 7 : แพทย์ทำการถอดผ้าปิดแผลและท่อปัสสาวะออก และสามารถเริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆ ได้

: คุณสามารถออกจากโรงพยาบาลได้หลังจากผ่าตัด 5 วัน

วันที่ 7 – 11 : เดินทางกลับบ้าน เพื่อพักผ่อน หรือพักที่โรงแรม

วันที่ 12-14 : คุณสามารถออกไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ แพทย์จะทำการตัดไหมและตรวจเช็คครั้งสุดท้าย

วันที่ 15 : ส่งคุณกลับบ้านอย่างปลอดภัยที่สนามบินสุวรรณภูมิ

 

การนัดผ่าตัด

โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของ PAI เพื่อสอบถามราคาและกรอกแบบฟอร์มเข้าปรึกษาหรือรับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาท่าน

Consult@pai.co.th

หรือ โทรศัพท์ 02-715-0111

———————————————-

คำถามที่สอบถามกันมาก :

คำถาม ดิฉันมีความต้องการจะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ในช่วงปลายปี 2555 หรือ ต้นปี 2556 (ค่าใช้จ่ายพร้อมในช่วงนั้น)  ดิฉันต้องเริ่มต้นยังไงบ้างค่ะ  โดยมีข้อมูลจำเพาะดังนี้ค่ะ

1) ดิฉันมีอายุ 40 ปี

2) กินยาคุมยี่ห้อไดแอน เป็นเวลา  19 ปี  (ตั้งแต่อายุ 21 ปี ) ตอนนี้ใช้โปรกีโนว่าวันละ 1 เม็ด แอนโดรคัวร์ 1/4 เม็ด วันเว้นวัน(เฉลี่ย สัปดาห์ละ 1 เม็ด) และฉีดโปกินินและโปลูตรอน อาทิตย์ละครั้ง เป็นเวลา  2 เดือนแล้ว

3) ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงมาเป็นเวลา 18 ปี มีลักษณะคล้ายผู้หญิงแต่ไม่ถึงกับสวยเหมือนกับรุ่นน้อง ๆ หรือรุ่นหลาน ๆ ในสมัยนี้ เพราะยังมีโครงร่างใหญ่  แขน ขาอวบใหญ่ ยังคงมีขนหน้าแข้ง ขนรักแร้ เคราขึ้นบ้างเล็กน้อย 5-6 เส้น ใช้วิธีกำจัดโดย โกนขนหน้าแข้ง และถอนในส่วนที่มีน้อย ๆ

4) อวัยวะเพศชายขณะแข็งตัว ประมาณ 3-4 นิ้ว ไม่เคยผ่านการร่วมกับผู้หญิงเลย  ปลายเลยยังไม่เปิด

ขอสอบถาม ดังนี้ค่ะ

1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

CATEGORY

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า [3]

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

CONTACT US

083-707-7779
facebook

TRACKCODE

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม274,961 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด173,088 ครั้ง
เปิดร้าน27 ส.ค. 2556
ร้านค้าอัพเดท12 ก.พ. 2561
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก